แนวคิดในการสร้างที่ว่างภายในตามแบบแผนขององค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม

| Posted by admin
Mar 25 2015

2

เป็นที่กล่าวถึงกันเกือบทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน ในการอธิบายสถาปัตยกรรมผ่านทฤษฎีที่เกี่ยวข้องได้มีการอ้างอิงความสัมพันธ์ระหว่างภายนอกและภายในอาคารอยู่เสมอ  ตัวอย่างสถาปัตยกรรมในยุคคลาสสิคเป็นการคิดรูปทรงขึ้นเพื่อให้ตอบสนองต่อแนวคิดในการสร้างที่ว่างภายในตามแบบแผนขององค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมและความเชื่อที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติแวดล้อมของคนสมัยนั้น ซึ่งเป็นการมองจากภายนอกเข้าสู่ภายใน  ต่อมาในยุคสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ (Modern) มีการเน้นประโยชน์ใช้สอยเพื่อรองรับกิจกรรม จึงถือว่าเป็นการคิดจากภายในสู่ภายนอก ตามแนวปรัชญา รูปทรงสะท้อนการใช้งานภายในโดยที่รูปทรงภายนอกเน้นความเรียบง่ายของรูปทรงเรขาคณิต  ขณะที่สถาปัตยกรรมหลังสมัยใหม่ ได้เน้นการสื่อความหมายเชิงสัญลักษณ์ รวมไปถึงการคิดค้นวิธีและกระบวนการออกแบบในการสร้างรูปทรงที่มีลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งเป็นการสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสถาปัตยกรรมผ่านระบบสังคมที่เน้นความเป็นปัจเจกบุคคลเป็นหลัก  นอกจากนี้สถาปัตยกรรมหลังสมัยใหม่ยังเน้นการหวนกลับไปหาแนวคิดของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่  เช่นผลงานออกแบบของRichard Meier ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมของ Le Corbusier  หรือผลงานของสถาปนิกแนวMinimalismอย่าง John Pawson เป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับอิทธิพลจากงานของ Mies van de Rohe  ทำให้สถาปัตยกรรมในยุคปัจจุบันเกิดเป็นแนวทางในการออกแบบที่แยกย่อย หลากหลายแนวทางมากขึ้น  สถาปัตยกรรมจึงเป็นการผสมผสานระหว่างการคิดจากภายนอกสู่ภายในและจากภายในออกสู่ภายนอก  โดยพิจารณาแนวคิดในการสร้างรูปลักษณ์ที่มีผลกระทบต่อความรู้สึกจากการรับรู้สถาปัตยกรรมหลังสมัยใหม่ตั้งแต่ระดับspaceจนถึงระดับformของอาคาร  ทำให้เกิดมิติใหม่ในการสร้างที่ว่างภายในที่มีปฎิสัมพันธ์กับรูปทรงภายนอก  ที่ว่างที่เกิดขึ้นจึงเปรียบเสมือนการปิดล้อมโดยเกิดจากการออกแบบ”เปลือก”ของสถาปัตยกรรมโดยมีมิติของความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่หากย้อนมาพิจารณาใกล้ตัวมากขึ้นก็จะพบว่า  สถาปัตยกรรมตะวันออกเป็นตัวอย่างที่ลงตัวของการผสานความเป็นภายนอกและภายในหลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เนื่องจากสร้างสรรค์จากการเน้นมิติความสัมพันธ์ของมนุษย์กับธรรมชาติ เป็นการเปิดรับเงื่อนไขของสภาพแวดล้อมธรรมชาติด้วยการยอมรับและปรับตัวเข้าหาอย่างนอบน้อมและถ่อมตน จึงจะเห็นว่าการเน้นแนวคิดความเป็นภายในและภายนอกในการอธิบายสถาปัตยกรรมจึงไม่ได้เป็นสาระสำคัญที่น่าจะกล่าวถึงมากในสถาปัตยกรรมตะวันออก เพราะเหตุที่เราไม่ได้มีการแบ่งแยกที่ว่างภายในจากกรอบภายนอกอย่างเด็ดขาดเหมือนกับแนวทางของชาวตะวันตก  แต่ก็ได้มีความพยายามในการเปรียบเทียบผลงานของ Mies van de Rohe สถาปนิกชาวเยอรมันผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคโมเดิร์นกับสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นของญี่ปุ่นว่า มีความคล้ายคลึงกันที่องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม การเชื่อมโยงระหว่างภายในและภายนอก ซึ่งก็เป็นการเปรียบเทียบจากคุณลักษณะจากการสังเกตลักษณะทางกายภาพอย่างผิวเผินตามความเข้าใจจากมุมมองของชาวตะวันตกเท่านั้น(2001)  ดังนั้น กระบวนการค้นหาสถาปัตยกรรมที่เป็นตัวแทนแห่งยุคสมัยนี้ของประเทศแถบตะวันออกจึงควรได้มีการพัฒนาแนวคิดด้วยการเน้นระบบคิดจากภายใน “ความเป็นตะวันออก”เอง แทนที่จะเริ่มมองจากภายนอกกรอบที่เราคุ้นเคยและยินดีเปิดรับจากสื่อภายนอกที่ถาโถมเข้ามาเพียงหนทางเดียว

ศิลปินเป็นผู้ที่มีความรู้สึกอ่อนไหวกว่าบุคคลทั่วไปโดยส่วนเฉลี่ย

| Posted by admin
Feb 24 2015

11

ปัจจุบัน กิจกรรมของศิลปะร่วมสมัยในประเทศไทยนั้น จำกัดวงอยู่เพียงในกรุงเทพฯ ซึ่งในรอบ ๕๐ ปีที่ผ่านมา สภาพของกรุงเทพฯ ได้มีลักษณะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ลำคลองต่างๆ ได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นถนน (๒) อาคารคอนกรีตก็เข้ามาแทนอาคารไม้ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็เปลี่ยนมาเป็นแบบตะวันตก ที่อยู่อาศัยซึ่งในสมัยอดีตสร้างขึ้นท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ของ พฤกษชาติ ริมแม่น้ำลำคลอง ก็เปลี่ยนมาเป็นตึกแถวเรียงราวไปตามถนน ซึ่งทุกหนทุกแห่งนั้นต้นไม้ก็พยายามที่จะขึ้น เดิมเรือแจวเรือพาย ก็แจวก็พายกันอย่างธรรมดาไปตามแม่น้ำลำคลอง บัดนี้กลับเปลี่ยนสภาพไป มีแต่เสียงหนวกหูของรถยนต์จำนวนนับไม่ถ้วน รบกวนประสาทของผู้คนสัญจรไปมาเหลือเกิน ความรวดเร็วเป็นสิ่งเหนืออื่นใด เมื่อไม่กี่สิบปีมานี้ชีวิตของคนเราดำเนินไปอย่างเชื่องช้าคล้ายกับพืช จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ชีพจรชีวิตของชาติในปัจจุบันนี้ ถูกนำไปทั้งในทางสร้างและทางทำลายอันเป็นสภาพกระทบกันอยู่ทุกขณะของชีวิตปัจจุบัน ย่อมเป็นจริงว่าไม่มีผู้ใดอาจขัดขวางอารยธรรมปัจจุบันได้ มันเป็นสิ่งก้าวหน้า เกินความต้องการ แต่ก็ไม่มีชาติใดที่จะหลีกพ้นไปจากชะตากรรมแห่งความเจริญของยุคปัจจุบันได้เลย

คนไทยโบราณใช้ชีวิตอย่างง่ายๆ ตามธรรมชาติ มีน้ำใจบริสุทธิเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน โดยมีพระพุทธศาสนาเป็นเครื่องค้ำจุนจิตใจ ความต้องการของคนเราก็พอสันฐานประมาณ สันติภาพแผ่สร้านอยู่ในดวงจิตของคนทุกคน ในสภาพการณ์เช่นนี้ ศิลปินสามารถวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังประกอบด้วยรูปคนจำนวนร้อยๆ ขนาดเล็กๆ หรือไม่ก็พระพุทธรูปอันสท้อน ให้เห็นถึงแก่นของความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ปัจจุบันนี้ ความต้องการทางวัตถุของคนเรากอร์ปเข้ากับลัทธิแห่งความรวดเร็ว ซึ่งศิลปินจำต้องทำงานคล้ายกับเครื่องพิมพ์งานศิลป ทางจิตอย่างสมัยโบราณนั้นไม่มีทางจะทำได้อีกแล้ว การสร้างพระพุทธรูปสมัยนี้กลายเป็นผลประโยชน์ทางการค้า ซึ่งผู้จ้างต้องการราคาถูก ส่วนศิลปินต้องการกำไรมาก สิ่งซึ่งตรงกัน ข้ามสองประการนี้ ไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอาจถูกตำหนิได้ แต่ผลที่เกิดขึ้น คือ คำว่า “ศิลป” กลายเป็นสิ่งปราศจากความหมาย แม้ว่าเราไม่เข้าใจหรือไม่ยอมรับก็ตาม การกล่าวเช่นนี้ย่อม ประยุกต์ไปถึงสถาปัตยกรรมหรือจิตรกรรม ที่สร้างขึ้นตามวัดลางแห่งในสมัยนี้ด้วย อีกประการหนึ่ง ศิลปนั้นเป็นสิ่งจำเป็นแก่จิตใจมนุษย์ ดังนั้น การแสดงออกซึ่งความรู้สึกอันแตกต่าง ไปจากโบราณสมัยก็ต้องถูกสร้างสรรขึ้น นั่นคือ ศิลปร่วมสมัย นั่นเอง

ศิลปินเป็นผู้ที่มีความรู้สึกอ่อนไหวกว่าบุคคลทั่วไปโดยส่วนเฉลี่ย ฉะนั้นเองศิลปินจึงได้รับการกระตุ้นเตือนจากสิ่งแวดล้อมตน และโดยที่สิ่งแวดล้อมในปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเมืองใหญ่ๆ อันมีสภาวะแตกต่างไปจากสมัยโบราณ ศิลปินจึงมีอารมณ์สะเทือนใจสร้างงานศิลปของเขาขึ้น ดังนั้นศิลปร่วมสมัยจำต้องแตกต่างไปจากศิลปในอดีตอย่างไม่คำนึง ถึงอิทธิพลโดยตรงของต่างประเทศตามปกติผู้ที่นิยมฝังแน่นอยู่ในศิลปแบบประเพณี จะไม่ยอมรับศิลปแบบใหม่ง่ายนัก มันเป็นความรู้สึกที่ไม่อาจเข้าใจได้ ความรู้สึกเช่นนี้จะค่อยๆ จางไปโดยอาศัยความนิยมทาง สุนทรียะ อันเกิดจากสิ่งแวดล้อมปัจจุบัน ความรู้สึกของศิลปินก็เช่นเดียวกัน เพื่อที่จะลดความวิตกกังวลของคนเรา จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะเข้าใจว่า ถ้าคนไทย (หรือศิลปินผู้ใดที่อยู่ ในกลุ่มที่แตกต่างออกไปจากชาติพันธุ์) ไม่ลอกเลียนแบบอย่างงานของศิลปินต่างประเทศเขาย่อมจะแสดงออกซึ่งความรู้สึกแบบอย่างใหม่ๆ ใดๆ ก็ได้ แบบอย่างใหม่นี้เป็นลักษณะ ส่วนตนของเชื้อชาติ ซึ่งกอร์ปด้วยอารมณ์ตามธรรมชาติ ลมฟ้าอากาศ ศาสนา ความรู้สึกอันสืบเนื่องจากบรรพบุรุษ ความคิดและสมการ ด้านอื่นๆ

ศิลปะร่วมสมัยในบริบทที่กำหนดกรอบโดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

| Posted by admin
Jan 30 2015

11

ศิลปะก็คืออาหารของจิตใจและพุทธิปัญญาของมนุษย์เรา ไม่ว่าวรรณกรรม ดนตรี จิตรกรรม ประติมากรรม และมัณฑนศิลป เราได้ประสบความเพลิดเพลินเจริญใจ ความสงบเยือกเย็น และบ่อเกิดของความหวังอันสูงส่ง ศิลปะทำให้เราเป็นคนดี รักใคร่กันและกัน ทำให้เรามีภาวะเป็นมนุษย์ที่แท้จริง ฉะนั้นศิลปะจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตที่มีวัฒนธรรมของชาติทัศนะที่หยิบยกมาข้างต้น ได้รับการยอมรับในฐานะ “ความจริง” ที่นิยมยึดถือกันในแวดวงทัศนศิลป์มายาวนาน จากความเชื่อที่ว่า สังคมที่ดีจะเป็นต้นกำเนิดของศิลปะชั้นเลิศ จะหล่อหลอมสังคมให้ดีงาม

ณ ยุคสมัยที่วรรณกรรมแปล แฮรี่ พอตเตอร์ กวาดเม็ดเงินจากเด็กและผู้ใหญ่ทั่วโลก รวมถึงกระเป๋าคนไทย ภาพยนตร์ฮอลลีวูดจองคิวแน่นโรงภาพยนตร์ชั้นนำ ห้างสรรพสินค้ากลายเป็นวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ยกระดับจิคตวิญญาณผู้คนให้ลอยฟ่อง เคล้าเสียงดนตรีไทยในท่วงทำนองสากล สลับกับเสียงเท้าก้าวฉับๆ บนแคตวอล์กแฟชั่นไทย ใส่จริตแบรนด์เนมระดับโลก ปฏฟิเสธไม่ได้เลยว่า ชีวิตประจำวันของผู้คนใกล้ชิดกับศิลปะอย่างแยกไม่ออก ทว่าศิลปะเหล่านี้กำลังลากจูงศิลปะของตนให้ห่างไปแห่งหนไหน ในขณะที่ศิลปะบางสายพันธุ์เรียกร้องหาคนดุแล ภายใต้รัฐบาลที่เอาใจใส่หอศิลป์น้อยกว่ารถถังและตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ คำถามอันโหดร้ายก็คือ ศิลปะที่อยู่คู่สังคมไทยหรือสังคมใดๆ ในโลกได้จริง ควรจะเป็นศิลปะที่พึ่งตัวเองได้ สามารถอยู่รอดได้ด้วยตัวเองย่างแข็งแนง บนความเป็นจริงที่ดูเหมือนจะโหดร้ายทารุณในยุคสมัยของตนใช่หรือไม่

เมื่อพิจารณาศิลปะร่วมสมัยในบริบทที่กำหนดกรอบโดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ที่ได้จำแนกหมวดหมู่ของศิลปะร่วมสมัยออกเป็น 9 สาขา ได้แก่ ทัศนศิลป์ วรรณศิลป์ ดุริยางคศิลป์ ศิลปะการแสดง สถาปัตยกรรม ภาพยนตร์ มัณนศิลป์ เรขศิลป์และแฟชั่น ผู้ที่ได้รับรู้รับทราบต่างมีท่าทีอันบ่งบอกถึงความไม่คุ้นเคยกับการรวมหมู่ขอ.ศิลปะหลากสาขาเข้าด้วยกันในนามของศิลปะร่วมสมัยมที่ภาครัฐพึงเอาใจใส่ดูแล เพราะคนส่วนมากยังยึดติดกับคำว่า ศิลปะ ที่หมายความถึง ทัศนศิลป์โดยเฉพาะทัศนศิลป์ที่เป็นวิจิตรศิลป์ (Fine Art) เสียเป็นส่วนใหญ่ ทั้งที่ควัมาจริงแล้ว ชีวิตของมนุษย์เราทุกคนต่างเกี่ยวข้องสัมผัสกับศิลปะทุกแขนงอยู่ทุกลมหายใจ ซึ่งอาจจะมากกว่าการได้สัมผัสกับทัศนศิลป์ที่เราเห็นว่าเป็นตัวแทนของศิลปะทั้งมวลเสียด้วยซ้ำ

พิพิธภัณฑ์จําลองสภาพแวดล้อมและจินตนาการ (theme park): Ghibli Museum

| Posted by admin
Dec 19 2014

Ghibli Museum พิพิธภัณฑ์ของ Ghibli Studio สตูดิโอผู้สร้างอะนิเมะชื่อดัง เช่น Spirited Away ภาพยนตร์รางวัลออสการ์ สาขาแอนิเมชัน Princess Mononoke และ My Neighbor Totoro ซึ่งสภาพแวดล้อมของพิพิธภัณฑ์กลายเป็นสื่อจัดแสดงที่โดดเด่นด้วยการจําลองสภาพแวดล้อมและจินตนาการมาจากอะนิเมะของ Ghibli ในการเข้าสัมผัสพื้นที่ที่ถูกออกแบบขึ้นเพื่อให้ประสบการณ์ที่รับรู้ไม่ได้ด้วยการชมภาพยนตร์

Ghibli Museum ตั้งอยู่ ภายในสวน Inokashira ของเมือง Mitaka บริเวณชานเมืองโตเกียว ซึ่งการออกแบบทางสถาปัตยกรรมได้ตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมของพื้นที่โดยการให้อาคารฝังตัวไปกับพื้นที่สวน ขณะเดียวกันรูปแบบอาคารยังเป็นการจำลองมาจากอาคารที่พบในอะนิเมะของสตูดิโอ ขณะที่ประโยชน์ใช้สอยนอกเหนือจากพื้นที่จัดแสดงที่ให้อิสระในการเข้าชมทั้งภายในและภายนอกอาคารแล้ว ยังมีส่วนพื้นที่ร้านอาหารที่จำลองมาจากภาพยนตร์ด้วยเช่นกัน โดยผู้เข้าชมเป็นกลุ่มคนทุกวัยทุกช่วงอายุ ซึ่งแน่นย้ำถึงวัฒนธรรมอะนิเมะที่อยู่คู่กับสังคมญี่ปุ่นอย่างแนบแน่น

การออกแบบสื่อจัดแสดงอยู่ภายใต้แนวความคิด “let’s lose our way together” หรือ “กลับไปเป็นเด็กด้วยกัน” ซึ่งถูกแสดงออกผ่านทั้งภูมิสถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรม และการจัดแสดง ที่จำลองมาจากอะนิเมะของสตูดิโอ รวมถึงการจัดแสดงเทคนิคการทำอะนิเมะหรือแอนิเมชัน และสภาพแวลล้อมภายในสตูดิโอของ Ghibli ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สำรวจ ค้นหา และเข้าชมนิทรรศการจัดแสดงได้อย่างอิสระทั้งภายในและนอกอาคาร เช่น

การจำลององค์ประกอบที่มาจากอะนิเมะ ทั้งภายในและนอกอาคาร ทั้งที่เห็นได้อย่างโดดเด่นและแอบซ่อนให้ค้นหา
Where A Film Begins นิทรรศการจัดแสดงสภาพแวดล้อมจำลองสตูดิโอ Ghibli รวมถึงให้ศิลปินมาวาดภาพจากอะนิเมะภายในนิทรรศการ
ห้องจัดแสดงที่จำลองสภาพแวดล้อมจากอะนิเมะแต่ละเรื่อง เช่น รถเมล์แมวจาก My Neighbor Totoro ห้องของแม่มดใน Spirited Away หรือหุ่นยนต์ทหาร ที่อยู่บนสวนหลังคาของพิพิธภัณฑ์

สื่อจัดแสดงส่วนใหญ่เป็นวัตถุจัดแสดงทั้งของจริงและจำลอง ที่มีการสื่อสารทางเดียว หรือไม่มีระบบปฏิสัมพันธ์ ยกเว้นวัตถุจัดแสดงที่เป็นกลไกเคลื่อนไหวที่ผู้เข้าชมสามารถเปิด หมุน หรือเลื่อนได้

การที่งานสถาปัตยกรรมของ Ghibli Museum ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับเมืองและบริบทที่เป็นสวนได้อย่างสอดคล้องแล้ว งานสถาปัตยกรรมยังได้ส่งผลกลับไปยังเมืองในเชิงภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยว ทำให้ Ghibli กลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของเมือง ผ่านตัวละครที่ปรากฏตามสถานที่ต่าง ๆ ของเมือง เช่น ตุ๊กตา Totoro ที่อยู่ในสถานีรถไฟ หรือรถโดยสารที่มีภาพตัวละครจากอะนิเมะของ Ghibli เป็นต้น

นิทรรศการศิลปะมนต์เสน่ห์ไทย มรดก พลังสร้างสรรค์

| Posted by admin
Nov 22 2014


เป็นนิทรรศการที่นำเสนอพลังการรังสรรค์งานของช่างฝีมือและศิลปินชาวไทยที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก โบราณวัตถุโดยการสร้างสรรค์ต่อยอดเพื่อสืบสานมรดกของชาติโครงการศิลปะครั้งนี้ได้รับการพัฒนาจาก นิทรรศการศิลปะ “ไทยไหลนิ่ง” ที่ Singapore Art Museum ในปี 2555  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Thai Cultural Fest จัดโดย the National Heritage Board, Singapore ร่วมกับกรมศิลปากร และสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย  กระทรวงวัฒนธรรม ประเทศไทย นิทรรศการศิลปะ ไทยไหลนิ่ง ประกอบด้วย ความหลากหลายของการสร้างสรรค์งานที่แสดงถึงรากเหง้าและความร่วมสมัย รวมไปถึงศิลปะที่เกี่ยวกับความเชื่อ ศาสนาในทางที่มีความหมายสำคัญ

หลักการของนิทรรศการศิลปะ มนต์เสน่ห์ไทย: มรดก + พลังสร้างสรรค์
1. จัดแสดงโบราณวัตถุตามจารีตประเพณีร่วมกับงานศิลปะร่วมสมัยเพื่อเน้นความสำคัญ ของความคิดสร้างสรรค์ผ่านผลงานต่อเนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน แสดงมรดกที่สืบช่วงและศิลปะร่วมสมัย เพื่อผู้ชมงานได้รับรู้ถึงประสบการณ์ที่ศิลปินร่วมสมัยได้ตีความหมายงานโบราณวัตถุ โดยช่างนิรนามผู้ควร ได้รับการยกย่องและเคารพนับถือ
2. ศิลปินได้รับแรงบันดาลใจจากการสัมผัสโดยตรงกับโบราณวัตถุพิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นการกระตุ้นความ คิดสร้างสรรค์ในงานศิลปะ และแสดงความเคารพต่อช่างฝีมือในอดีต ซึ่งกิจกรรมความคิดสร้างสรรค์และงานฝีมืออุดมด้วยพิธีกรรม ระเบียบแบบแผน และการเคารพบูชา
3. จัดแสดงโบราณวัตถุที่ได้คัดเลือกมาจากกรมศิลปากรต่อสาธารณชน เพื่อการรู้คุณค่าของสิ่งของสืบทอดโบราณที่ถูกเก็บเอาไว้ในห้องเก็บของ สิ่งของหลายชิ้นจะได้รับการแสดงในที่สาธารณะเป็นครั้งแรก
4. เพิ่มคุณค่าและขยายการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และพลังของการสร้าง ประกอบกับ พหุสาขาวิชาที่ก้าวพ้นหลักเกณฑ์จำกัดที่บ่อยครั้งต้องยึดในกรอบประวัติศาสตร์ศิลปะ โบราณคดีและการปฏิบัติสร้างงานศิลปะ รวมไปถึงการแบ่งแยกวิจิตรศิลป์และงานช่างฝีมือ
5. ให้ความสำคัญต่อผลงานพิพิธภัณฑ์และศิลปะร่วมสมัยที่แสดงถึงความเป็นไทย ที่หลอมรวมอัตลักษณ์ของท้องถิ่น ผลงานสร้างสรรค์แสดงถึงสินทรัพย์ทางวัฒนธรรม ซึ่งเพิ่มมูลค่าในเศรษฐกิจสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมวัฒนธรรม

นิทรรศการศิลปะ มนต์เสน่ห์ไทย: มรดก + พลังสร้างสรรค์ ประกอบด้วยโบราณวัตถุกว่า 38  ชิ้น และการแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยใหม่โดยศิลปิน 19  ท่าน มนต์เสน่ห์ไทย: มรดก + พลังสร้างสรรค์ จะเป็นนิทรรศการที่น่าน่าสนใจและ ท้าทายสำหรับศิลปินที่รังสรรค์ผลงานศิลปะของตนเองจากการพินิจพิเคราะห์และตีความหมายงานโบราณวัตถุที่เป็นมรดก ตกทอดจากงานสะสมของชาติ เป็นเสมือนการย้อนเวลากลับไปเพื่อเคารพนอบน้อมฝีมือช่างนิรนาม ผู้สมควรได้รับการยกย่องและเคารพนับถือ