Museum Design วิวัฒนาการการออกแบบพิพิธภัณฑ์ศิลปะในกรุงนิวยอร์ก

| Posted by admin
Aug 20 2014

งานออกแบบพิพิธภัณฑ์มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทฤษฎี ไลฟสไตล์ และวัฒนธรรม ซึ่งสถาปัตยกรรมสามารถแสดงถึงความคิดความอ่านของคนในแต่ละยุค เนื่องจากตัวสถาปัตยกรรมสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์ ฉะนั้นพิพิธภัณฑ์ในแต่ละสมัยจึงมีรูปแบบลักษณะเฉพาะ และมีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน จากรูปแบบที่เป็นทางการ ซับซ้อน ไปจนถึงเรียบง่าย ลองมาดูงานออกแบบพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจในแต่ละยุค

1.Museum of Orsay-รูปแบบทางการ
พิพิธภัณฑ์ที่เกิดจากการปรับปรุงของสถานีรถไฟเก่า ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมเอกลักษณ์แบบโบซาร์ของฝรั่งเศสที่สร้างเมื่อ ค.ศ. 1898-1900 โดยการออกแบบจะให้ผู้คนสามารถชมงานศิลปะเป็นเส้นตรง มีรูปแบบที่เป็นทางการที่เรียบง่าย ตรงไปตรงมา โดยห้องเก็บผลงานจะอยู่ด้านหลัง ซึ่ง Museum of Orsay มีการรื้อถอนโครงสร้างเดิมของสถานีรถไฟน้อยที่สุด นั่นคือการออกแบบที่ยังคงรักษาสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมเดิมเอาไว้

2.Guggenheim Museum โดย Frank Lloyd Wright -รูปแบบทางการ
ในยุคของ Frank Lloyd Wright สมัยสถาปัตยกรรม modern  พิพิธภัณฑ์มีรูปแบบที่เป็นรูปทรงเรขาคณิตอย่างชัดเจน รูปแบบฟังก์ชัน Frank Lloyd Wright ได้นำทางลาด(ramp) ในการสร้างทางเดินให้คนชมงานจากชั้นบนถึงชั้นล่าง เนื่องจากขนาดพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์มีขนาดจำกัด ทำให้ผู้เข้าชมงานสามารถชมงานศิลปะที่ติดตรงผนังค่อยๆลงไปจนถึงชั้นล่างสุด โดยมี skylight ที่ใช้ส่องแสงให้กับพื้นที่ภายใน โดยแสงไม่สามารถส่องถึงตัวงานศิลปะได้

3.the Museum of Modern Art -รูปแบบที่เรียบน้อย
พิพิธภัณฑ์ศิลปะในกรุงนิวยอร์ก ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ง่าย และน้อยที่สุด เป็นรูปแบบฟอร์มสี่เหลี่ยมธรรมดาสามัญ ลักษณะการออกแบบที่เรียบน้อยเกิดจากการแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมโดยรอบเพื่อให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่สำหรับดูงานศิลปะโดยเฉพาะ โดยการสร้างสวนตรงกลางขึ้นมาเพื่อลดความหนาแน่นให้กับอาคารรอบๆ และสามารถตอบสนองในการจัดแสดงงานศิลปะได้มีประสิทธิภาพ

4.The Guggenheim Museum Bilbao-รูปแบบซับซ้อน
พิพิธภัณฑ์ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์รูปแบบพิพิธภัณฑ์แบบดั้งเดิม ซึ่ง Frank Gehry ได้ลบล้างความคิดเดิมๆในการออกแบบพิพิธภัณฑ์ และการเข้าชมงาน  Gehry ได้สร้างทางเดินโค้งริมแม่น้ำในการเข้าถึงตัวสถาปัตยกรรม และการสร้างโถงทางเข้าที่มีทางเดินแคบๆที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในหุบเขา ด้วยลักษณะโครงสร้างที่มีความซับซ้อนที่สร้างจากไทเทเนียม หินปูน และกระจก ทำให้ตัวสถาปัตยกรรมเหมือนงานประติมากรรมขนาดใหญ่ ซึ่ง Frank Gehry ได้ใช้โปรแกรมออกแบบ 3 มิติที่เรียกว่า CATIA? ช่วยให้ Gehry สามารถสร้างรูปแบบที่ซับซ้อน บิดโค้งได้อิสระ ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณโครงสร้าง รูปแบบวัสดุล้วนใช้ CATIA ในการคำนวณ ส่งผลให้รูปแบบฟังก์ชันในการเข้าชมเปลี่ยนไป

งานออกแบบพิพิพธภัณฑ์ยังคงพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ เราคงจะได้เห็นงานพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอีกมากมายในอนาคตข้างหน้า

เพราะการสร้างสรรค์งานศิลปะไม่มีข้อจำกัด

| Posted by admin
Jul 28 2014

งานศิลปะสมัยปัจจุบัน

ศิลปจะสร้างสรรค์งานศิลปะในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้มีขอบข่ายกว้างขวางมาก แต่ไม่ว่าจะเป็นไปในลักษณะใดก็ตาม งานศิลปทุกประเภทจะให้คุณค่าที่ตอบสนองต่อมนุษย์ในด้านที่เป็นผลงานการแสดงออกของอารมณ์ ความรู้สึกและความคิด เป็นการสื่อถึงเรื่องราวที่สำคัญหรือเหตุการณ์ที่ประทับใจ เป็นการตอบสนองต่อความพึงพอใจ ทั้งทางด้านจิตใจและความสะดวกสบายด้านประโยชน์ใช้สอยของศิลปวัตถุ การพัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอก็ต่อเมื่อศิลปินเปิดใจกว้างโดยยอมรับให้อิทธิพลของสิ่งเร้าจากบริบทต่างๆ ตลอดจนรูปแบบของศิลปินท่านอื่นๆเข้ามามีบทบาทร่วมในการแสดงออกทั้งทางด้านความคิดและแรงบันดาลใจในผลงานแต่ละชิ้นของตนเองบ้าง เพื่อให้เกิดผลในด้านพัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์

สิ่งที่จะเป็นงานสร้างสรรค์ได้จะต้องเป็นประดิษฐ์กรรมใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลก หรือเป็นกระบวนการใหม่ๆที่สร้างขึ้นมาเพื่อกระทำการบางสิ่งบางอย่างให้ประสบผลสำเร็จ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ เพราะแนวคิดใหม่ๆจะนำไปสู่การพัฒนากระบวนการหรือวิธีการใหม่ๆที่จะนำไปสู่ผลผลิตหรือประดิษฐ์กรรมใหม่ๆให้เกิดขึ้นมาในโลก และตอบสนองความต้องการในด้านต่างๆของมนุษย์ได้ เพื่อแทนที่ผลผลิตหรือประดิษฐ์กรรมเดิมที่ตอบสนองได้ไม่พอเพียง หรือไม่เป็นที่พอใจ การสร้างสรรค์ในอีกความหมายหนึ่งจึงเกิดขึ้น คือเป็นการทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งมีหลายๆวิธี โดยอาจเป็นการปรับปรุงกระบวนการใหม่ให้ได้ผลผลิตมากกว่าเดิม หรือเป็นการปรับปรุงรูปแบบผลผลิตใหม่โดยใช้วิธีการเดิม แต่ผลผลิตมีคุณภาพมากขึ้น

การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์จึงช่วยให้บุคคลใช้ความสามารถของตนเองในการพัฒนาให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเด็กย่อมต้องการพื้นฐานทุกด้านที่ดี เพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนาตนที่ดีต่อไป ดังนั้นความคิดสร้างสรรค์จึงควรได้รับการพัฒนาและให้ความสำคัญและสนับสนุนเป็นพิเศษเพื่อให้เด็กได้มีโอกาสพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ต่อไป เพราะการสร้างสรรค์งานศิลปะไม่มีข้อจำกัดว่าจะเป็นที่ไหน เมื่อไหร่ หรือเพื่ออะไร มีข้อคิดที่ต้องท่องขึ้นใจอยู่เสมอว่า นักศิลปะที่ดีต้องกล้าที่จะแสดงออก นำความคิดของตนมาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ แรงศรัทธาให้แก่คนรุ่นหลังได้ชื่นชม

วิธีการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ

1.วางกรอบแนวทางจากความคิดรวบยอดในการสร้างสรรค์จากสิ่งที่ประทับใจ แรงบันดาลใจ
2.ศึกษา ค้นคว้า ทำวิจัย หรือจากผลงานของศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆโดยเฉพาะ
3.พยายามสรุปประเด็นทำงานออกมากเป็นลักษณะตัวเองโดยการทดลองเทคนิคที่จะใช้ในการสร้างสรรค์
4.คัดเลือกและสร้างสรรค์ผลงานที่มีลักษณะเฉพาะตนตามจุดประสงค์ที่วางไว้
5.เริ่มโครงการใหม่ๆโดยนำวิธีการสร้างสรรค์จากข้อ 1-4 มาปฏิบัติ

พิพิธภัณฑ์ แหล่งเรียนรู้ล้ำค่าในการศึกษาศิลปะสู่สาธาณชนและอารยะประเทศ

| Posted by admin
Jun 22 2014


นานาอารยประเทศล้วนแล้วแต่มีพิพิธภัณฑ์ตั้งแต่ระดับพื้นถิ่นไปจนถึงระดับชาติ ตั้งอยู่มากมาย แสดงให้เห็นถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมและความเจริญรุ่งเรืองตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นด้านประวัติศาสตร์ การเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยีและวัฒนธรรม ปรากฏให้เห็นทั้งในรูปแบบของศิลปกรรมด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม ดนตรี วรรณกรรม และรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งนอกจากเป็นแหล่งความรู้ด้านต่าง ๆ แล้วยังเป็นต้นแบบที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ และมีอิทธิพลสูงต่อการดำเนินชีวิตและการสร้างสรรค์ศิลปะในปัจจุบันและอนาคต

ประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและเจริญรุ่งเรือง มักมีพิพิธภัณฑ์จำนวนมากเป็นเงาตามตัว สามารถชี้ให้เห็นรูปแบบการดำเนินชีวิตและคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศนั้น ๆพิพิธภัณฑ์ศิลปะมีความสำคัญตามที่สายตาของประเทศที่เจริญแล้วมองเห็นและมีน้ำหนักพอที่จะทำให้เราไม่อาจปฏิเสธความสำคัญนั้นได้ รัฐจึงควรสนับสนุนให้มีการสร้างพิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับต่าง ๆ ให้มาก จึงจะมีหลักฐานเพียงพอที่จะบอกกับนานาประเทศว่าเราเจริญแล้ว

ในด้านการศึกษาศิลปะ ในประเทศที่มีพิพิธภัณฑ์มาก นักศึกษาศิลปะจะได้รับแบบอย่างในการเรียนรู้มาก ทั้งในด้านรูปแบบทางศิลปกรรมความรู้เรื่องราวในอดีตด้านต่าง ๆ และแบบอย่างทางพฤติกรรมหรือวิถีชีวิตของศิลปินผู้ สร้างสรรค์ผลงานที่มีชื่อเสียง ย่อมมีอิทธิพลต่อแนวทางการเรียนรู้และวิธีการในการสร้างสรรค์ผลงาน มีการสืบทอดและพัฒนารูปแบบอันเป็นแบบอย่างต่อศิลปินในปัจจุบันและอนาคตสืบเนื่องไปเรื่อย ๆ

ในขณะเดียวกัน สิ่งที่เป็นธรรมชาติ ธรรมดาและปกติ กล่าวคือ ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ การดำรงชีวิตอย่างธรรมดา เป็นอยู่อย่างพอเพียง และวิถีชีวิตตามปกติตามรูปแบบวัฒนธรรมประเพณีนั้นเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ ไร้ขอบเขตที่เราสามารถเรียนรู้ ซึมซับแรงบันดาลใจ และใช้เป็นแบบอย่างที่ดีที่สุด ที่ศิลปินและนักศึกษาศิลปะสามารถเรียนรู้ และใช้เป็นข้อมูลในการสร้างสรรค์งานศิลปะได้อย่างไม่รู้จักจบสิ้น ผู้มีอำนาจหรือผู้บริหารการศึกษาศิลปะในระดับต่าง ๆ หรือแต่ละภาคส่วน ต้องบันดาลให้เกิดแหล่งเรียนรู้ที่สมบูรณ์แบบ เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการเรียนรู้ของนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการสร้างพิพิธภัณฑ์ศิลปะให้มีทั่วถึงทุกพื้นที่ ดูแลสภาพแวดล้อมและธรรมชาติให้สวยงามสมบูรณ์ สนับสนุนการดำรงชีวิตตามปกติของทุกพื้นถิ่น และจัดสภาพแวดล้อมของสถาบันการศึกษาศิลปะอย่างเหมาะสม เป็นต้น

นักศึกษาศิลปะต้องถือว่าเรามีสิ่งรอบข้างเป็นแหล่งเรียนรู้ทั้งพิพิธภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นและพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ สุดแต่ว่าผู้ใดจะรู้จักสังเกต รู้จัก เก็บเกี่ยวความรู้หรือข้อมูล และฝึกฝนตนเองจากแบบอย่างในแหล่งเรียนรู้เหล่านั้นได้มากน้อยเพียงใด

สถาบันการศึกษาศิลปะ จำเป็นต้องเห็นความสำคัญของสภาพแวดล้อมภายในและรอบ ๆ สถาบัน ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติของนักศึกษาให้สวยงามเหมาะสมและเพียงพอที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้นักศึกษาได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ โดยจัดให้ทุกบริเวณในสถาบันเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ที่นักศึกษาสามารถศึกษาเรียนรู้ได้ตลอดเวลาและเพียงพอทั่วถึง

การมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะหรือหอศิลป์ของสถาบันนับเป็นปรากฏการณ์ที่ดีมาก เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญเปรียบเสมือนห้องสมุดที่เป็นรูปธรรมที่นักศึกษาได้ดู และศึกษาจากผลงานศิลปะจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาในบางรายวิชา เช่น การวิเคราะห์วิจารณ์ศิลปะร่วมสมัยสามารถนำนักศึกษาเข้าไปศึกษา วิเคราะห์วิจารณ์ศิลปะจริง ๆ ในหอศิลป์ ไม่ใช่ศึกษาจากเอกสารตำราอย่างเดียว และไม่ได้ใช้ประโยชน์จากของมีค่าที่เรามีอยู่แต่อย่างใด

สถาบันการศึกษาจะต้องเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าไปดูและศึกษาได้ตลอดเวลา หอศิลป์ของสถาบันจึงเป็นสถานที่ที่เปิดให้บุคคลจากภายนอกมาเยี่ยมชม และเป็นสถานที่ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ให้นักศึกษาเข้าไปศึกษาได้อย่างเต็มที่ เพื่อว่าในที่สุดแล้ว ความเก่งกล้าของนักศึกษาจะทำให้ประตูหอศิลป์ของสถาบันเปิดกว้างขึ้นในอนาคตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

พลาดไม่ได้กับพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสมัยใหม่: Miraikan ในญี่ปุ่น

| Posted by admin
May 31 2014

 

Miraikan หรือ National Museum of Emerging Science and Innovation เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงผลงานทางเทคโนโลยี ประดิษฐกรรมล่าสุดจากหน่วยงานต่าง ๆ ของประเทศญี่ปุ่น ตลอดจนวิสัยทัศน์ของญี่ปุ่นต่อเทคโนโลยีและวิถีชีวิตในอนาคต ผ่านสื่อสมัยใหม่หลากประเภท

Miraikan ตั้งอยู่บนเกาะ Odaiba เกาะมนุษย์สร้างในอ่าวโตเกียว เป็นเกาะที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมทางเทคโนโลยีของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแต่เดิมเป็นเกาะที่ใช้สำหรับการป้องกันประเทศ เปลี่ยนสู่ท่าเรือ และปัจจุบันถูกใช้เป็นพื้นที่ย่านการค้า ย่านพักผ่อน และย่านที่นำเสนอเทคโนโลยีสมัยใหม่ของประเทศ ผ่านระบบขนส่งมวลชน รถไฟฟ้าระบบอัตโนมัติทั้งสายเส้นแรกของประเทศ งานออกแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่แสดงถึงความท้าทายทางเทคโนโลยี เช่น สถานีโทรทัศน์ Fuji ที่ออกแบบโดย Kenzo Tange ศูนย์ประชุมนานาชาติ Tokyo Big Sight เป็นต้น และมีพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องทางเทคโนโลยีหลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล ศูนย์จัดแสดงเทคโนโลยี Panasonic Centre รวมถึง Miraikan

ภาพและบริบทของพื้นที่ทางเทคโนโลยีได้ถูกถ่ายทอดผ่านงานออกแบบทางสถาปัตยกรรมของ Miraikan ผ่านการออกแบบให้เป็นอาคารประหยัดพลังงานด้วยการใช้ท่อโครงสร้างอาคารเป็นช่องรับแสงและระบายอากาศภายในอาคาร และผ่านการออกแบบประโยชน์ใช้สอยภายในอาคารที่ไม่ใช่เพียงแค่การจัดแสดง แต่ยังรวมถึงการกำหนดให้มีสถาบันวิจัยศึกษา ห้องประชุม ห้องสมุด และพื้นที่สำหรับประชุมปฏิบัติการ เพื่อตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ของการสร้างพื้นที่เรียนรู้วิทยาศาสตร์ สร้างบุคลากรทางวิทยาศาสตร์ และสร้างเครือข่ายหน่วยงานทางวิทยาศาสตร์ โดยกลุ่มผู้ใช้งานในส่วนนิทรรศการเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษาเป็นส่วนใหญ่

เช่นเดียวกับองค์ประกอบอื่นของพิพิธภัณฑ์ แนวความคิดและวัตถุประสงค์ดังกล่าวยังสะท้อนผ่านการออกแบบเนื้อหาและสื่อการจัดแสดงที่แสดงถึงการเป็นผู้นำและนำเสนอวิสัยทัศน์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการถาวร และนิทรรศการพิเศษ โดยใช้สื่อจัดแสดงที่เป็นวัตถุจริงหรือจำลอง และสื่อที่เน้นการมีปฏิสัมพันธ์ (สื่อสารสองทาง) ระหว่างผู้เข้าชมกับสื่อจัดแสดง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ประสบการณ์ในการเข้าชม และเข้าใจในเนื้อหาที่มีความซับซ้อนได้ง่ายขึ้น เช่น

Geo-cosmos ลูกโลกขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่เหนือพื้นที่จัดแสดง พื้นผิวปิดด้วยแผง LED เพื่อแสดงข้อมูลภาพพื้นดิน อุณหภูมิ หรือข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวกับโลก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์

Model of the Internet เครื่องจักรที่จำลองการทำงานของอินเตอร์เน็ตให้เห็นทางกายภาพ ผ่านการให้ผู้เข้าชมส่งลูกบอลสีขาวดำไปยังจุดต่าง ๆ เปรียบเสมือนกับข้อมูลที่ส่งผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์

Lifestyle 2050 นิทรรศการพิเศษที่นำเสนอวิสัยทัศน์เมืองในปี ค.ศ.2020 โดยการใช้ผู้เข้าชมเข้าสำรวจ และเลือกสิ่งที่สนใจ เพื่อเข้าเป็นประชาชนเสมือนจริงในเมืองซึ่งการเลือกของแต่ละคนจะทำให้ได้อาชีพในเมืองที่แตกต่างกัน ผ่านการใช้ระบบควบคุมด้วยการปฏิสัมพันธ์ผ่าน Kinect และจอสัมผัส และแสดงผลด้วยเทคนิค Augmented Reality

ส่วนอื่นจะเป็นการจำลองสภาพแวดล้อม วัตถุจัดแสดง เช่น การจำลองสถานีอวกาศ การจัดแสดงหุ่นยนต์ และนิทรรศการที่ให้ข้อมูลผ่านระบบปฏิสัมพันธ์อื่น ๆ

การเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมต่างๆ

| Posted by admin
Apr 30 2014

การเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมต่างๆ

การเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการในมาเก๊าเป็นกิจกรรมทีน่าเพลิดเพลินที่นักท่องเที่ยวจะต้องประทับใจและได้รับความรู้เกี่ยวกับเมืองที่น่าทึ่งและประวัติศาสตร์ของแห่งนี้อย่างแน่นอน และยังได้สัมผัสกับวัฒนธรรมของ “ตะวันออกผสมผสานกับตะวันตก” ที่หล่อหลอมมาเป็นเวลาสี่ศตวรรษครึ่งของมาเก๊าอีกด้วย คงจะไม่มีเมืองใดในโลกอีกแล้วที่เล็กขนาดนี้แต่เปี่ยมไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์มากเท่านี้ พิพิธภัณฑ์ต่างๆ ในมาเก๊าจึงเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นมุมมองที่ไม่เหมือนใครของอดีตที่มีทั้งขึ้นทั้งลงของเมืองนี้ นิทรรศการที่มีผู้ดูแลยมืออาชีพนำเสนอข้อมูลทั้งในอดีตและในปัจจุบันอย่างละเอียดเพื่อแสดงถึงความหลากหลายทางศิลปะและวัฒนธรรมที่หล่อเลี้ยงเมืองแห่งนี้ พิพิธภัณฑ์ศิลปะมาเก๊าคือพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งเดียวในมาเก๊าที่มีพื้นที่การจัดแสดงทัศนศิลป์ที่ใหญ่ที่สุด พิพิธภัณฑ์มี 5 ชั้น ที่มีห้องแสดงงานศิลปะทั้งหมดเจ็ดห้อง ห้องแสดงการเขียนพู่กันจีนและภาพวาด และห้องแสดงเครื่องกระเบื้องจีนอยู่บนชั้นที่สี่ซึ่งเป็นที่จัดแสดงการเขียนพู่กันจีน ภาพวาด และเครื่องกระเบื้องชีวานจากกวางตุ้งเป็นหลัก บนชั้นสองและชั้นสามเป็นห้องแสดงศิลปะชั่วคราวที่มีผลงานของศิลปินต่างๆ จากมาเก๊าและทั่วโลก ห้องแสดงรูปภาพในประวัติศาสตร์ถูกจัดแสดงไว้บนชั้นสาม ซึ่งรวมถึงภาพวาดจากตะวันตกและงานพิมพ์จากยุโรปของภาพทิวทัศน์ของมาเก๊าที่วาดโดยจิตรกรชาวจีนและชาวตะวันตกที่ทำขึ้นมาเพื่อส่งออก ซึ่งรวมถึง ลามกัว และศิลปินชาวอังกฤษที่ชื่อ จอร์จ ชินเนอรี หอประชุมอยู่ที่ชั้นหนึ่งซึ่งสามารถจุผู้ชมได้ 100 คน มีวิดีโอโปรเจ็คเตอร์และเครื่องฉายสไลด์ มีการจัดสัมมนาต่างๆ ให้กับสาธารณะ เป็นประจำ พิพิธภัณฑ์มีห้องสมุดที่มีหนังสือเกี่ยวกับศิลปะมากมาย และผู้เข้าชมสามารถใช้บริการเครื่องเล่นเสียงและอินเตอร์เน็ตฟรี ห้องสมุดมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการมองเห็นที่ผู้เช้าชมสามารถเลือกดูภาพยนตร์นานาชาติได้มากกว่า 400 เรื่องในห้องดูภาพยนตร์ บนชั้นล่างมีการสัมนาเชิงปฏิบัติที่มีการจัดหลักสูตรศิลปะต่างๆ เป็นประจำ ชาวโปรตุเกสดอมินิกันสร้างโบสถ์เซนต์ดอมิงโกส์ ในยุค 1590s พร้อมกับคอนแวนต์ซึ่งตอนนี้ไม่มีอยู่แล้ว โบสถ์ถูกสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงพระแม่โรซารี่ ในตอนแรกถูกสร้างด้วยไม้แต่ในศตวรรษที่ 17 ถูกแทนที่ด้วยโครงสร้างที่โอ่โถงซึ่งมีทางเดินยาวสามทาง ในศตวรรษที่ 18 โบสถ์แห่งนี้ถูกตกแต่งสไตล์บาโรกของอาณานิคมตามสไตล์สถาปัตยกรรมที่นิยมในขณะนั้นที่ได้รับแรงจูงใจทางด้านศาสนาซึ่งทำให้โบสถ์แห่งนี้โดดเด่นไม่เหมือนที่อื่นๆ